สิงหาคม 3, 2008 by gummyinpai
กลับมาแว้วนะคะ ไม่พูดพล่ามทำเพลง
เพราะแต่งกลอนไม่ค่อยเก่ง แต่ร้องเพลงเก่ง
เคยถือไมล์คาราโอเกะ ตั้งแต่ สามทุ่มถึง ตีห้ามาแล้ว
กลับมาคราวนี้ เอาผลงานมาโชว์บ้าง เด๋วจะหาว่า วัน ๆ ไม่ทำอะไร
กินกะนอน ซึ่งมันก็จริง อยู่ต่างจังหวัด มันก็ดีอย่างนี้
ทุกอย่างดูช้าลง ไม่ต้องแข่งขันกับใคร
ถ้ามีสติก็จะแข่งกะตัวเอง
คราวนี้เป็นงานภาพถ่ายแบบอินฟาเรด
ครือว่า ถ้าฟิล์ฺมอินฟราเรด มันแพง
เฮียเค้าก็เลย ลอง search goolgle พบว่า
กล้องดิจิตอลก็สามารถทำได้ อาจจะไม่เหมือนกับใช้ฟิล์มเท่าไหร่ ต้องมาปรับภาพอีกให้เหมือนถ่ายด้วยฟิล์ม
แต่เราคิดว่า มันก็เป็นเสน่ห์ดี อีกแบบ ไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือนฟิล์ม
ถ่ายที่ปาย ที่หมู่บ้านแม่นะ อยู่ห่างจากตัวเืมืองปาย 10 กิโลไปทางแม่ฮ่องสอน

ยอดหญ้า

ยอดหญ้า

น้ำตกจ่างหม่าง หมู่บ้านแม่นะ

น้ำตกจ่างหม่าง หมู่บ้านแม่นะ
แท็ก: ภาพถ่าย, อินฟาเรด, เมืองปาย, pai, photo
บันทึกโพสใน gummy photo | 4 Comments »
กรกฎาคม 17, 2008 by gummyinpai
เพื่อนที่เข้ามาอ่านเป็นประจำ อย่าพึ่งคิดว่า เราหายไปหนายนะคะ
ก็แค่ คอมมันเริ่มเก่า ใช้มา 4-5 ปีแล้ว คงถึงเวลาเปลี่ยนใหม่
เน็ตที่ปายก็ไม่ค่อยดี เด๋วติด เด๋วดับอนาถ อย่างไม่มีเหตุผล
เศร้าจริง ๆ เป็นลูกบ้านนอกก็งี้ พ่อแม่ไม่ค่อยสนใจ มี adsl ให้ใช้ก็บุญแล้ว
นี่จ่ายตังค์ครบทุกเดือน แต่ใช้เน็ตแบบดี ๆ ไม่ติดขัดแค่ สิบวันถึงเปล่าก็ไม่รู้
ตอนนี้กำลังตามช่างมาตรวจสอบซักทีว่า ปัญหาัมันอยู่ที่ใหน
ยังไงเราก็จะต้องคัมแบคในโลกไซเบอร์อีกแน่นอน
แล้วเจอกันค่ะ
แท็ก: adsl ห่วย, ปาย
บันทึกโพสใน gummy thought | 1 ความคิดเห็น »
กรกฎาคม 8, 2008 by gummyinpai
ในเวลาที่น้ำมันจะแพงขึ้นเรื่อย ๆ มีการวิเคราะห์ข่าวว่า น้ำมันอาจจะขึ้นไปถึงลิตรละ 60 แล้วเราจะทำอย่างไร
เราคิดว่า ทุกคนย่อมมีวิธีที่จะเอาตัวรอด บางทีเราก็สบายมามากเกินไป ลืมเรื่องที่เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน
ตอนเด็กๆ เราเดินไปโรงเรียน

สมัยนี้ไม่ค่อยมีภาพเด็ก ๆ เดินไปโรงเรียน หรือขี่จักรยานเลยเนอะ
เด็ก ๆ เราเรียนชั้นประถมที่เบตง ตอนเช้าตื่นตีห้า อาบน้ำแต่งตัว กินข้าว ย่าห่อปิ่นโตให้ แล้วเราก็เดินไปโรงเรียน ก็ประมาณ สี่ห้ากิโล ซัก 10 ป้ายรถเมล์ ไม่ใช่ทางตรง ๆ นะ มีเนินมีโค้ง โรงเรียนก็อยู่บนภูเขา ตอนเด็ก ๆ แต่ไม่เคยรู้สึกว่าเหนื่อย หรือไม่อยากไปโรงเรียนเลย เดินไป คุยกันเพื่อน เดินดูข้างทาง แวะเล่นเกมส์ ซื้อขนมก่อนถึงโรงเรียน จะมีเด็กนักเรียนเดินกันเป็นแถวข้างถนน ถ้าถ่ายรูปจากเครื่องบิน ก็จะเห็น ภาพ คนเดิน เป็นแถว ไม่เป็นระเบียบ บ้างเดินเดี่ยว เดินสอง เดินเป็นกลุ่ม แต่ทุกคนเดินไปทางเดียวกัน ถือกระเป๋า หิ้วปิ่นโต สมัยนั้นน้ำมันถูกแค่ไหนก็ไม่รู้ เพราะยังไม่มีรถจะขับ จำได้คร่าว ๆ ว่า น้ำขวด ๆ ละ 10 สลึง เค้าเรียกอย่างนี้จริง ๆ ดูโบราณมากเลยเนอะ
เด็ก ๆ เราจะได้กินน้ำขวด ปีละ ไม่เกิน 3 ขวด ไม่มีเงินจะซื้อเอง ต้องรอไปกินตามงานเลี้ยง
สมัยนี้ เด็ก ๆ ไม่ค่อยจะเดินไปโรงเรียนกันแล้ว บางทีโรงเรียนก็อยู่ใกล้แค่ในซอย ก็ต้องนั่งมอร์ไซด์วิน หรือไม่กี่ป้ายรถเมล์ ก็นั่งรถไปกันหมด
ที่ปาย เด็ก ๆ นิยมขี่รถเครื่องไปเรียนกัน หรือไม่ก็จักรยาน และก็ยังมีบ้างที่เดินไปเรียน เพราะปายก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ถือว่ามีเด็กใช้รถเครืองกันเยอะมาก
ยังมีวิธีที่เราจะช่วยกันประหยัดพลังงานได้อีกเยอะนะคะ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ อยากเห็นทุกคนมีความสุขในการทำงาน
ที่อ่านเจอมาแล้วชอบมาก คือเสนอให้มีการเปลี่ยนวันทำงานเป็นอาทิตย์ละ 4 วัีน หยุด ศุกร์เสาร์อาทิตย์
หรือบางหน้าที่การงานก็ให้ทำงานที่บ้านได้ โดยใช้อินเตอร์เน็ตสื่อสารกัน เท่านี้ รถก็ไม่ติดมาก ประหยัดน้ำมันได้เยอะจริง ๆ
รวมทั้งการไปเรียน ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนเหมือนเดิม อาจจะไปเรียนอาทิตย์ละ 2 วัน สำหรับการส่งการบ้าน present งารน หรือเรียนอะไรที่มันต้องปฏิบัติกลุ่ม อย่างวิชาพละ เต้นรำ เป็นต้น นอกนั้นก็เรียนที่บ้าน ให้การบ้านทางเน็ต
เราคิดว่า ยังมีคนไทยอีกหลายคนใช้เวลากับใช้น้ำมันไปโดยไร้ประโยชน์ ไม่มีการวางแผน หรือคิดเรื่องการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง จะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นเรื่องน้ำมันแพง หรือน้ำมันหมด แล้วเราจะทำยังไง
(ยอมรับเถอะว่าเราโง่พอที่จะคิดพลังงานทดแทนไม่ได้ ให้เราคิดเราก็คิดไม่ออก ได้แต่เดินแล้วกัน)
อยากเห็นคนไทยฉลาดคิด ฉลาดทำ มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ใช้อย่างคุ้มค่า มีความสุขกัีบเรื่องง่าย ๆ ค่ะ

แท็ก: น้ำมัีนแพง, ประหยัดพลังงาน, ปาย
บันทึกโพสใน gummy thought | 5 Comments »
มิถุนายน 24, 2008 by gummyinpai
ได้อ่านบทความในบล็อคของ คุณหมอเชน
พูดเรื่องว่า ประเทศจีนประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกแล้วครับพี่น้อง เมื่อต้นเดือนมิถุนานี้เอง อยากได้ถุงพลาสติกที่สมัยก่อนใส่ซ้อนให้กันอย่างไร้ค่าก็เอาเงินมาซะดีๆ สนนราคามีตั้งแต่หนึ่งบาทไปจนถึงสิบบาท ใครใส่ถุงให้ลูกค้าก็เจอปรับราว สองหมื่นห้าพันบาทถึงหนึ่งแสน
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า มีประเทศที่กล้าทำแบบนี้ โดยประชาชนไม่มีใครออกมาด่า หรือ มาประท้วงปิดถนน
บ้านเมืองเวลาอยู่กันเยอะ ๆ เวลาจะให้ช่วยทำอะไร ใช้ไหว้วาน มันทำยาก ต้องออกกฎหมายห้ามกันไปเลย เด๋วคนที่อยู่เค้าก็จะปรับตัวกันไปเอง
เมื่อเช้ายังคุยกับเฮียเรื่อง ห้างใหญ่ แมคโคร โลตัส คาร์ฟูอยู่เลย ว่ามันต้องมีอะไรแน่ ๆ ที่ร้านขายของชำไม่รู้ ซึ่งทำให้เขาสามารถขายของได้ราคาถูกกว่า ทั้ง ๆ ที่ดูจากตึก ดูจากบุคลากร เค้าก็มีต้นทุนสูงกว่าแน่ ๆ
ถ้าเขาทำได้ ทำไมเราไม่ทำเอง จะได้ไม่ต้องมาห้ามคนเข้าห้างใหญ่ที่เป็นทุนต่างชาติ
ถ้ามีของคนไทยทำ ดีและถูก เราก็สนับสนุน
แต่ถ้าไม่มีเราก็เข้าห้างอะไรก็ได้ที่มันสะดวกเรา
เรารู้สึกว่า ห้างแมคโคร ทำนโยบายปิดกั้นลูกค้าตัวเองเกินไป เรื่องที่ใครจะซื้อต้องเป็นสมาชิกก่อน
เราเคยเป็นสมาชิก เพราะเราเปิดร้านอาหารมาก่อน แต่หลัง ๆ ที่เชียงใหม่มันมีห้างเิปิดใหมมา่ข้าง ๆ เริ่มจาก การ์ฟู โฮมโปร เทสโก้ โลตัส คำเที่ยง มันก็เข้าสลับกันไป กอบกับหลัง ๆ ไปเชียงใหม่ปีละ 6 ครั้ง ลดเหลือปีละ 2 ครั้ง ทำให้โอกาสไปแมคโครน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วยนโยบายที่เคร่งครัดเกินไป ไม่มีถุงใส่ ห้ามใช้บัตรเครดิตของค่ายอื่น ทำให้เราเลือกที่จะใช้บริการคาร์ฟูหรือไม่ก็โลตัสแทน
ส่วนคาร์ฟูกะโลตัสก็บริการดีเกิน ทุกครั้งที่ซื้อ น้อง ๆ แคชเชีย จะใส่ถุงหิ้วให้เยอะมาก บางครั้งถุงนึงใส่ของแค่หนึ่งชิ้น บางทีเราต้องเป็นคนจัดระบบถุงให้เขาประหยัดเป็นสิบถุง เพราะเราไปทีซื้อเต็มรถเข็น คือถ้ามีนโยบายไม่ใช้ถุงพลาสติกกันหมด เราก็จะได้เตรียมกล่อง เตรียมถุงผ้าให้เพียงพอต่อการไปซื้อของแต่ละครั้ง ทำบ่อย ๆ มันจะติดเป็นนิสัยเองว่า ไปไหนก็ต้องยืดอกพกถุงไปด้วย
แท็ก: เมืองจีน, เลิกใช้ถุงพลาสติก, โลกร้อน
บันทึกโพสใน gummy thought | 5 Comments »
มิถุนายน 21, 2008 by gummyinpai
ไปสมุยคราวนี้ เราออกเดินทางแต่เช้าจากปายด้วยรถยนตร์ส่วนตัว
ซื้อตั๋วรถไฟตู้นอนเตียงบนและล่าง ว่างพอดีเลย แล้วไปต่อรถทัวร์ ปรับอากาศ 99 vip
จากกรุงเทพถึงสมุยเลย โดยรวมค่าเรื่อเฟอรี่แล้ว ราคา 970 บาท สะดวก สบายที่สุด
เพราะถ้าซื้อตั๋วรถไฟ ก็ต้องต่อรถยนตร์ไปที่ท่าเรือ แ่ละรถทัวร์ก็ไม่ต้องต่อคิวลงเรือเฟอรี่ด้วย
เพราะตอนที่ไปถึงท่าเรื่อตี 5 มีรถยนตร์ รกกระบะ รถสิบล้อต่อคิวลงเรือเป็นกิโลแล้ว
แต่รถทัวร์ของเราลัดคิวไปอยู่หัวแถว ขึ้นเรือคันแรกได้เลย
นั่งเรือลำใหญ่มีห้องแอร์ ห้องขายขนม มีมาม่ากับน้ำร้อน ถ้าหิว มีเบียร์เย็น ๆ ราคาก็แพงกว่าบนฝั่งนิดหน่อย
อย่างมาม่าถ้วยก็ 20 จาก 12 เบียร์ลีโอกระป๋อง 30 จาก 25 (คิดว่าต้องระบุราคาเดิมไว้ เพราะช่วงนี้อะไร ๆ ก็ขึ้นราคารายวัน)

ก่อนไป มีคนเตือนเยอะว่า ไปสมุยทำไม ทะเลก็ไม่สวย อาหารก็แพง มะพร้าวลูกละ 170
แต่เราก็ไป ขอไปพิสูจน์เอง พบว่า อาหารข้าวแกงตามร้านข้างทางแบบชาวบ้าน ราดแกงอย่างเดียว 25 บาทยังมีอยู่ ราดสองอย่าง 30 แต่ต้องกิน 2 จานถึงจะอิ่ม เสน่ห์อาหารข้างแกงปักษ์ใต้คือ เขามีผักสดและน้ำพริกจะกะปิ หรือแมงดาก็ว่ากันไป หยิบกินฟรีตามสบาย
แต่ถ้าเข้าร้านที่มีการตกแต่งเพื่อนักท่องเที่ยวก็จะแพงมาก หรือถ้ากินตามโรงแรมหรูก็แพงมาก ๆ ก็ต้องให้เขา เพราะเขาก็ตกแต่งร้าน สร้างบรรยากาศ ชอบแบบไหนก็เข้าร้านนั้น ตามน้ำหนักของกระเป๋าตัวเอง
ส่วนมากเราก็กินตามข้างทาง และที่ถูกแน่ๆ ต้องเข้าร้านเซเว่นหรือตามร้านสะดวกซื้อพวก family mark
เราลองซื้อน้ำตามร้านข้างทาง ขวดเล็กสำหรับกินคนเดียว ชาวบ้านขายขวดละ 10 บาท ลองเข้าไปซื้อในเซเว่นขาย 7 บาท กลายเป็นว่า ตามร้านติดแอร์และตามห้างใหญ่ จะขายของตามราคา
รุ่นพี่ที่อยู่สมุยบอกว่า เกาะสมุยเป็นอำเภอที่มี 7 11 เยอะที่สุดในประเทศไทย เราก็ว่าจริง ไปที่ไหนทุกปากซอยมี 7 11 อบอุ่นจริง
น่าสงสัยว่า 7 11 กับพวกห้างใหญ่ อย่าง โลตัส บิ๊กซี แมคโค เขาสามารถขายของเท่าที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ได้ไง
ในขณะที่ชาวบ้านต้องขายเกินราคา ทั้ง ๆ ที่ห้างใหญ่ก็ลงทุนสูงกว่าชาวบ้าน
รุ่นพี่บอกว่า มะพร้าวถ้าซื้อที่ แมคโคร หรือโลตัส จะลูกละ สิบกว่าบาทเอง
ตกดึก ก็เข้า 7 11 ซื้อเบียร์ป๋อง น้ำแข็ง และเตรียมอาหารเช้าพวกนม ขนมปังเข้าบังกะโล ดื่มหน้าบ้าน ดูทะเล ข้างหน้ามองเห็นเกาะพงันลิบ ๆ รื่นรมย์สุด ๆ เงียบสงบดี เที่ยวหน้าโลว์ก็เงี้ย ชอบ
กลางวันกินอาหารเช้าเสร็จก็ขี่มอร์ไซด์เที่ยวตามหาดต่าง ๆ หาดใต้ หาดแม่น้ำ หาดเฉวง บ่อผุด มีห้างใหญ่ แอร์เย็นสบาย ดูหนัง อินเดียน่าโจน
มีคืนหนึ่งรุ่นพี่พาไปเที่ยวแถวบ่อผุด ร้าน the pier หรูโครต ออกแบบตึกโดย ดวงฤทธิ อาหารจานละ 200 กว่า
เบียร์ไฮเนเก้นท์ขวดเล็ก 120 แต่เสริฟมาในแก้วเท่หน้าดื่มมาก บรรยากาศก็ดี
ที่บ่อผุดมีบาร์ ร้านอาหารหรู ๆ สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ เพียบ เลือกกินได้ตามชอบ
ที่หาดแม่น้ำตามริมหาดจะเป็นร้านอาหารทะเลเผา ที่เขาแนะนำกันคือ ร้านตาโข ชอบกะปิเผามาในกะลามากกินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่่อ กลัวอิ่มก่อนกินกุ้งเผา เลยกินแค่ครึ่งกะลา

เท่าที่ขี่รถเที่ยว พบว่า เมืองสมุยก็กำลังโตไปเรื่อย ๆ มีการลงทุนใหม่ ๆ ก็ยังมีคนย้ายมาอยู่ใหม่ ๆ ที่เค้าบอกว่า เมืองปายอีกหน่อยก็เหมือนสมุย เราว่า เมืองปายเราอีกนานกว่าจะเจริญเท่าสมุย พอจะถึงสมุยตอนนี้ สมุยก็ล้ำหน้าไปอีก และเช่นกัน สมุยก็ไม่มีทางเจริญทันเมืองกรุงได้ เพราะฉะนั้นคนกรุง ก็ยังต้องมาเที่ยวที่สมุยอีก ตราบเท่าที่ยังมีทะเลกว้าง ให้พักสายตา
ทริปนี้ตั้งใจจะไปว่ายน้ำ กิน ดื่ม เที่ยว สบาย ๆ


เที่ยวเพื่อให้รู้ว่า เออ กรูยังมีตังค์เหลือไปเที่ยวได้อีก ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ โชคดีจริง ๆ อะไร ๆ ก็แพง
จงรื่นรมย์

แท็ก: ท่องเที่ยวสมุย, สมุย, gummy photo, photo, samui
บันทึกโพสใน gummy photo, gummy thought, gummy เดินทาง | ไม่มีความเห็น »
มิถุนายน 16, 2008 by gummyinpai
บันทึกโพสใน gummy เสพ ศิลป | ไม่มีความเห็น »
มิถุนายน 16, 2008 by gummyinpai
แท็ก: ก๋ำ, ภาพถ่าย, สมุย, gummy, photo, samui
บันทึกโพสใน gummy photo, gummy เดินทาง | 2 Comments »