กรุสำหรับ พฤษภาคม, 2009

93:) a day in pai ตอน สี่โมงเย็นมีนัดโยคะทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

A DAY IN Pai 001

a day in pai 002

เนื่องด้วยเจ็บนิ้วหัวแม่โป้ง รักษาด้วยการฉีดยาตรงนิ้วห้วแม่มือมาสองครั้งแล้ว ถ้าฉีดเป็นครั้งที่สามเมื่อไหร่
หมอบอกว่า ต้องผ่าตัด
ไม่อยากผ่าเลยค่ะ รู้สึกว่า เวลาโดนผ่าแล้ว นิ้วมันจะไม่เหมือนเดิม
ก็เลยหันมาใช้ทางเลือกอื่น
พอดีมาก มาก ที่ทางโรงพยาบาลปายมีหมอหนุ่มซึ่งเป็นผู้อำนวยการ สามารถรักษาคนไข้ด้วยวิธีการฝังเข็มด้วย
เราก็เลยได้เข้าคอร์ทฝังเข็มเป็นเวลา 10 อาทิตย์ ทุกวันพุธ
ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เลยให้คุณหมอฝังรักษาอาการเจ็บไหล่ สบัก และตรงหน้าอกให้ด้วย
โอบร๊ะเจ้า ฝังไป 4 อาทิตย์ ไหล่ อกหายเจ็บ แต่ตรงนิ้วอะดิ ยังไม่หาย
ก็พอดี๊ พอดี ทางโรงบาลเค้ามีการฝึกโยคะทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
ของฟรีแบบนี้ เจ็ก็เลยไม่พลาด พยามไปให้ได้ทุกวัน
ถ้าไม่ฝนตกหนัก หรือมีเรื่องด่วนอะไร ก็ไปฝึกให้ได้
คนที่ปายน่ารักทุกคนเลยค่ะ
ตั้งใจฝึก มีทั้งสาว ๆ ป้า ๆ อ้วน พุงโต คุณหมอ พยาบาล แม่บ้าน แม่ค้า ข้าราชการ ก็มาฝึกกันด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนให้กำลังใจกัน ฝึก ๆ ไปก็รู้จักกันหมดค่ะ
ได้เหงื่อ และได้ออกกำลังกายทุกส่วน และก็ไม่น่าเชื่อว่า ทุกวันเราจะทำดีขึ้นเรื่อย ๆ มันจะพบเคล็ดลับในการทำท่าให้ดีขึ้นได้ทุกวัน วันละนิดก็ชื่นใจแล้ว
และที่เห็น ทุกคนตั้งใจทำ จากวันแรกที่แค่ก้มหัวให้ถึงเข่า ยังยากและเจ็บมาก จนทุกคนแม้กระทั่งคุณป้าที่ดูไม่น่าจะทำได้ก็ทำได้
วันแรกไม่สามารถเล่นท่าเรือใบได้ วันต่อมาก็ทำได้ และตั้งท่าได้นานขึ้น
มันเห็นถึงความอึดของเรา ว่า เรายังมีไฟอยู่เว้ย สู้ ๆ
ฝึกโยคะมาได้ 1 อาทิตย์แล้ว รู้สึกร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น มีแรง ไม่เหนื่อยง่าย ความดันก็ดีขึ้น
เพราะก่อนหน้านี้ ความดันต่ำค่ะ
ลองเช็คดูปรากฎว่า ความดัน 100/70 ซึ่งถือว่าเป็นปกติดีแล้ว
แล้วน้ำหนักก็ลดลง 1 กิโล จาก 55 เป็น 54 กิโลกรัม
ว่าแล้ววันนี้ก็ว่าจะไปฉลองที่บาร์ชานนท์ซะหน่อย
ไปอัพดูดข่าวคราวของเมืองปายซะหน่อย

ลิ้งคสำหรับคนที่ชอบโยคะ ฝึกเองที่บ้านก่อนได้ค่ะ จะได้มีพื้นฐานบ้างhttp://www.localhealers.com/

บล็อคเพื่อนชื่อหนิง อยู่ที่ภูเก็ตค่ะ

http://healthyning.wordpress.com/

92:) a day in pai : ตอนวันสงกรานต์ 52

dscn0489-w450dscn0530-w450dscn0500-w450dscn0547-w450dscn1189-w450dscn0550-w450dscn0551-w450dscn0632-w450

สงกรานต์ปีนี้ สามวันสามคืนกับการอยู่บ้าน ได้พักผ่อนแบบขี้เกียจเต็มที่

ง่วงเป็นหลับ หิวเป็นเข้าครัว ทำกับข้าวเอง ตามข่าวการเมืองอันร้อนระอุ

ที่หาความจริงไม่มีสักช่อง อ่านหนังสือที่ค้างไว้ เล่นเน็ต ดูซี่รี่ย์เกาหลี

ไม่ได้ออกไปเล่นน้ำเลย เพราะอยากอยู่บ้านแบบเต็ม ๆ

เพราะทุกวันนี้ ต้องออกจากบ้านตอนบ่าย ๆ เข้าบ้าน ห้าทุ่ม

การได้พักผ่อน อยู่บ้านเฉย ๆ มันช่างสบาย เหมือนได้ชาร์ทแบตเต็มอิ่ม

สักวันที่ 3 แบตเริ่มล้น เริ่มขี้เกียจทำงาน เหมือนต้องโดนกระตุ้นไฟสักเล็กน้อยในวันรุ่งขึ้น

ในปีนึง มันควรจะมีวันที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย นอนขี้เกียจ ทำกิจกรรมที่เราชอบแบบอะไรก็ได้ เต็มที่

ไม่มีใครมาด่าว่าเราไร้สาระ ทำอะไรที่เสียเวลาอยู่ได้

รู้สึกชอบชีวิตที่ปายจริง ๆ ช่างโชคดี ที่เราได้มาที่นี่ตั้งแต่ยังไม่ดัง

ในยุคที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มันช่างเงียบ ช้า ๆ สบาย ๆ

ที่บ้านของเราก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ เพราะอยู่นอกเมือง ไม่มีใครมากวนเลย

ไม่ใช่ว่าเบื่องานที่ร้านนะคะ

แต่ไปร้านทุกวัน มันก็เริ่มเหมือนลูทีน

ถ้าใช้ชีวิตแบบไม่ระวัง ไม่มีสติ จะเหมือนเกิดมาเพื่อมาเปิดร้าน ขายของไปวัน ๆ

แล้วก็กลับบ้าน

การพักผ่อนให้สบาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย จิตใตแจ่มใส พร้อมจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างแจ่มใส ยิ้มแย้ม

91:) โรคความดันต่ำ

ช่วงนี้ไปโรงบาลบ่อย

เวลาวัดความดัน เรามักจะโดนทักเสมอว่า ความดันต่ำ นิดหน่อยค่ะ

90/60 เราก็ต้องถามหมอนิดนึง ว่า แล้วมันจะทำให้เราเป็นยังไงมั่ง ไอ้ความดันต่ำน่ะ

หมอตอบว่า ความดันต่ำ มันทำให้หัวใจเราทำงานหนักขึ้น เพราะความดันมันเกี่ยวกับการสูบฉีดเลือด ถ้าเลือดไปเลี้ยงสมอง ไต หัวใจ ตับ ไม่ทัน ก็แย่ ถ้าเลี้ยงสมองไม่ทัน ก็หน้ามืด เป็นลมบ่อย

แต่ปัญหาคือ เราไม่ค่อยจะเป็นลมง่าย ๆ

แต่มีช่วงหลัง ๆ เริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย ปกตินี่ เราทำงานคล่องแคล่ว ยกของหนักเป็นสบาย ๆ แต่ตอนนี้ ชักไม่ไหวแฮะ เริ่มเจ็บหัวไหล่ เจ็บข้อมือนิ้วโป้ง และเจ็บตรงเหนือหน้าอกมาทางรักแร้ กดลงไปแล้วเจ็บไปถึงหลังขึ้นคอ

หมอบอกว่า อาจเพราะเราออกกำลังกายน้อย

พักหลัง ก็แด๊นซ์น้อยลง พลอยทำให้สถิติการออกกำลังกายลดลง ร่างกายก็เลยต๊อแต๊ ปวกเปียก อ่อนแอ ไม่แรดเหมือนแต่ก่อน

ความดันก็เลยต่ำ เป็นฉะนี้

เท่าที่หมอแนะนำมา มันยังงง ๆ คือหมอบอกว่า ถ้าเราไม่ค่อยเป็นลม หน้ามืด ก็อาจจะแปลว่า ความดันเราปกติ

แต่เพื่อความถ่องแท้ เราก็ต้องหาข้อมูลเพิ่ม เพื่อสุขภาพของตัวเอง

คัดลอกมาจาก การค้นหาทาง goolgle แล้วเจอเอ็นทรี่นี้พอดี

http://sesai.exteen.com/20071004/entry

ผู้ที่สนใจในเรื่องสุขภาพกลัวกันมากๆอยู่ โรคหนึ่ง คือ โรคความดันโลหิตสูง (HYPER� TENSION) กลัวนักกลัวหนาจนกระทั่งว่าเวลาไปขอประกันชีวิต ที่บริษัทประกันชีวิตที่ไหนก็ตาม เขามักจะขอให้ไปตรวจโรคดูก่อน ถ้าพบว่าความดันโลหิตสูงมาก บริษัทประกันชีวิตนั้นๆ มักจะไม่รับประกัน

แต่ถ้าความดันโลหิตต่ำซึ่งตรงกันข้ามกับความดันโลหิตสูง บริษัทรับประกันชีวิตมักจะมองข้ามไป รับประกันชีวิตโดยไม่ลังเล

และถ้าไปคุยกับใครซึ่งรู้เรื่องการแพทย์หรือเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพเสีย หน่อย บอกกับเขาว่า “ฉัน เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ” ก็มักจะได้รับคำทักว่า “ดีซิไม่ได้เป็นความดันสูงไม่เห็นจะน่ากลัวอะไร

เรื่องของเรื่องก็คือ ความดันต่ำไม่เป็นอันตราย ก็จริง แต่ก็คงจะทำให้คุณเป็นคน อ่อนแอ ไม่มีแรง ปวดหัวเวียนหัวอยู่ตลอดเวลา ทำงานทำการแบบออกแรงหน่อยก็ทำไม่ได้ เหล่านี้เป็นต้น

ความดันโลหิตโดยทั่วๆไปสำหรับผู้ ใหญ่นั้น ถ้าเกิน 140/90 ขึ้นไป ถือว่าเป็นความดันโลหิตสูงเกินควร หรือถ้าต่ำกว่า 100/60 ก็ถือว่าต่ำเกินควร

ตัวเลขเหล่านี้เราจะรู้ได้จากการวัดด้วยเครื่องวัดความดันโลหิต (SPHYG MOMANOMETER) ซึ่งจะเป็นเครื่องวัดที่ต้องใช้หูฟัง (STETHOSCOPE) หรือจะเป็นเครื่องวัดอัตโนมัติแบบที่เรียกว่าดิจิตอลก็ได้

ความดันโลหิตต่ำเกิดขึ้นได้จากต้นตอสองประการ คือ จากระบบบางอย่างของร่างกายบกพร่อง มาตั้งแต่เกิด หรือเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเฉพาะหน้าบางประการ

สาเหตุบางอย่างจากระบบบกพร่องนั้น ได้แก่ คนที่โลหิตจางหรือเลือดน้อย ปริมาณรวมของเลือดต่ำและผนังของเส้นเลือดและการปั๊มของหัวใจผิดปกติ

อันตรายร้ายแรงจากระบบบกพร่องนั้น จะไม่ค่อยมี แต่ผู้ที่ความดันโลหิตต่ำมักจะ เป็นคนที่ไม่มีแรง เวียนหัว หัวหมุนและคลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย ทำงาน หนักไม่ค่อยจะได้ เหนื่อยง่าย ถ้าจะพูดแบบชาวบ้านก็คงเป็นเพราะว่า “คนเอว บางร่างน้อยไม่ค่อยมี เรี่ยวมีแรงอย่างนั้นแหละ”

ส่วนที่ความดันโลหิตต่ำเพราะมีโรคภัยเฉพาะหน้าเกิดขึ้นนั้น อาจจะเกิดขึ้นเพราะโลหิตจางแบบเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นเพราะ อุบัติเหตุเสียเลือดมาก หรือมีสิ่งที่เป็นท้อกซิน มากเข้าสู่ร่างกายอย่างกะทันหัน หรือต้องรับยาเคมีบางอย่าง เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งต้องรับเคมีบำบัด และต้องใช้รังสีบำบัด เป็นต้น

ขอพูดถึงวิธีแก้สำหรับผู้ที่มีโรคภัยเฉพาะหน้าก่อน ถ้าจะให้รู้ว่าเพราะโลหิตจางหรือไม่ คงจะต้องตรวจเลือดก่อน แล้วดูที่ปริมาณเม็ดเลือดขาวก่อนเป็นตัวแรก ต่อจากนั้นให้ดูที่เฮโมโกลบิน (ตัวที่รับเอาออกซิเจนเข้าไว้ในเลือด) แล้วดูเฮมาโตคริต (เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงทั้งหมด)

ถ้าชนิดของเลือดเหล่านี้ต่ำกว่าเกณฑ์จะค่อนข้างแน่ใจว่าโลหิตจาง และถ้าวัดความดันโลหิต ว่าต่ำกว่าเกณฑ์ก็ต้องให้เลือดเป็นการด่วน แต่การปฏิบัติเช่นนี้เป็นหน้าที่ของแพทย์นะครับ คุณทำเองไม่ได้ เมื่อแก้อาการโลหิตจางตามนี้ได้แล้ว ความ ดันโลหิตของคุณน่าจะขึ้นมาได้อยู่ในระดับปกติ

แต่อีกอย่างหนึ่งที่จะต้องเฝ้าดูเป็นพิเศษก็คือ การที่คุณโลหิตจางนั้นเกิดจากการเลือดออกภายในร่างกายหรือไม่ เลือดออกภายในนี้อาจจะเป็นที่แผลในกระเพาะหรือลำไส้ คุณรับประทานอะไรเข้าไปเป็นกรดหรือย่อยไม่หมด ก็จะทำให้แผลภายในเลือดออกไม่หยุด อย่างนี้อันตรายแบบเฉียบพลัน ความดันโลหิตต่ำอย่างแน่นอน

ฉะนั้น อย่าวางใจถ้าความดันโลหิตต่ำจนหมดแรงจะเป็นลม แต่ไม่ พบอาการผิดปกติอย่างอื่น ให้ดูให้แน่ว่ามีเลือดออกภายในร่างกายหรือไม่ รีบส่งโรงพยาบาลด่วนนะครับ

อ้อ โรคเฉพาะหน้าที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำอีกอย่างหนึ่งและไม่ค่อยมีใครสังเกตพบ ก็คือ ผู้ที่เป็นหวัดอย่างแรง หรือไปติดเชื้อหวัดใหญ่มา ความดันโลหิตมักจะต่ำ แต่ก็ไม่มีใครค่อยสังเกต เพราะถ้าใครเป็นหวัดใหญ่ ก็มักจะให้คนไข้นอนพัก ให้ยาแก้ไข้ ให้อาหารบำรุงไม่กี่วันก็จะหาย

แต่ข้อสังเกตนะครับ ถ้ามีโอกาสตรวจความดันโลหิตและปรากฏว่าเป็นความดันต่ำแล้วละก็ รีบให้ยาบำรุงเลือดด้วย ก็จะหายเร็วขึ้นแน่ๆ

ทีนี้ก็มาถึงการแก้ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำโดยทั่วไป

1. แก้ด้วยอาหาร ควรจะให้อาหารที่เพิ่มโปรตีน ให้มากๆ สำหรับท่านที่กินอาหารชีวจิตอยู่แล้ว เราให้กินโปรตีนทั้งจากพืชและจากเนื้อสัตว์ได้

จากพืชก็คือ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น

และเราให้กินปลาหรืออาหารทะเลได้ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

คุณอาจจะเพิ่มปลาได้เป็นอาทิตย์ละสัก 3 ครั้ง และถั่ว-เต้าหู้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% แทนที่จะเป็น 15% ตามสูตรหนึ่งของเรา

2. กินวิตามิน B COMPLEX 100 มก. เป็นประจำวันละ 1 เม็ด และให้แถม B1 100 มก.

และ B12 500 ไมโครแกรม อีกอย่างละเม็ด

3. แคลเซียม 1,000 มก. และโปแตสเซียม 500 มก. กินประมาณ 1 เดือน เว้น 1 เดือน

4. วิตามิน E 400 IU. วันละ 1 เม็ด

5. ขอให้ออกกำลังกายเบาๆก่อน ใช้วิธีรำตะบองแบบชีวจิตจะดีที่สุด แรกใช้แต่ละท่า ประมาณ 20 ครั้ง เมื่อรู้สึกดีแล้ว ให้เพิ่มเป็นท่าละ 3 ครั้ง

6. ใช้หัวแม่มือนวดเบาๆ บริเวณกลาง หน้าอกแล้วเลื่อนไปที่บริเวณใกล้รักแร้สองข้าง

จาก.. คอลัมน์ชีวจิต หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

_______________________________________________

ถ้าเป็นความดันต่ำควรจะทำตัวอย่างไร และรับประทานอะไรที่ทำให้ดีขึ้นหรือหายขาดเลย

ความดันต่ำจะทำให้มึนหัวอยู่บ่อยๆ

คำตอบที่ดีที่สุด – เลือกโดยเพื่อนๆ ที่ช่วยกันโหวต

ภาวะความดันต่ำที่เกิดจากภาวะขาดน้ำตาล ส่วนใหญ่เกิดจากการติดหวาน (ฟังดูแปลกแต่จริง)

ทั้งนี้เพราะการกินขนมหรือน้ำที่เป็นน้ำหวาน พลังงานที่ได้เข้าไปส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปของน้ำตาลเชิงเดี่ยว ที่ถูกย่อยดูดซึมได้เร็ว แต่ก็เผาผลาญได้รวดเร็วเช่นกัน เปรียบเสมือนใช้ฟางเป็นเชื้อจุดไฟ เมื่อกินน้ำตาลประเภทนี้เข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีอาการสดชื่นอย่างรวดเร็ว แต่ระดับน้ำตาลที่ขึ้นสูงนี้จะอยู่ไม่นาน แล้วก็ลดระดับลงมาใกล้ปกติ

ในขณะที่ร่างกายจะตอบสนองต่อระดับน้ำตาลที่สูงขึ้นด้วยการหลั่งอินซูลินออกมา ซึ่ง Action ของอินซูลินนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลลดต่ำลง
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ อินซูลินจะต้องใช้เวลาในการสร้างและหลั่งออกมา ถ้าเรากินน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่เผาผลาญได้เร็ว กว่าอินซูลินจะออกมา น้ำตาลพวกนี้ก็ถูกใช้ไปหมดแล้ว แต่เมื่ออินซูลินออกมาก็จะกดระดับน้ำตาลที่กลับมาสู่ระดับปกติให้ลดต่ำลงไป มากกว่าปกติ จนมีอาการหน้ามืด ความดันต่ำได้ง่าย คนพวกนี้ก็จะต้องรีบหาอะไรหวานๆ ใส่ปาก ทำให้มีนิสัยกินบ่อยหิวบ่อยด้วยเหตุนี้เอง แต่โดยรวมก็ไม่ได้รู้สึกสดชื่นอะไร กลับจะทำให้เหนือ่ยเพลียได้ง่ายขึ้นด้วย

วิธีแก้ก็คือให้หันมากินน้ำตาลเชิงซ้อนซึ่งต้องใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมก็จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก
น้ำตาลเชิงซ้อน Complex Sugar ได้แก่พวก Polysaccharides (โพลีแซคคาไรด์) ซึ่งพบในพืชประเภทข้าว ถั่ว ผัก ตลอดจนเซลลูโลส

ที่มา:

___________________________________________
ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีความดันต่ำ

ควรเริ่มจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่เหมาะสม

- ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออยู่เป็นประจำในแต่ละวัน
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มในปริมาณมาก
- การเปลี่ยนอิริยาบถ หรือการเปลี่ยนท่าควรทำช้า ๆ เพื่อให้ร่างกาย ปรับตัวได้ทันและป้องกัน มิให้เกิดอาการหน้ามืดg-joควรลุกยืนช้าๆ ไม่ควรรีบจนเกินไป ถ้านอนหรือนั่งนานควรจะลุกขึ้นช้าๆ โดยเฉพาะในคนสูงอายุ
- การปรับยาที่ทานอยู่เป็นประจำที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ขนาดของยาควรให้เหมาะสม นอกจากนี้ถ้ากรณีที่ตรวจพบว่ามีภาวะเกลือแร่ในร่างกายต่ำควรรับประทานเกลือ ให้มากขึ้น
- การหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศร้อนนานๆ
- รับประทานอาหารที่มีคุณค่า ให้ครบทั้ง 5 หมู่
ในการรับประทานอาหารควรจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลในปริมาณสูง ทานให้น้อยแต่บ่อยขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะความดันโลหิตต่ำหลังรับประทาน อาหารมื้อใหญ่
-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด
มีสิ่งที่ควรทราบประการหนึ่งสำหรับค่าวัดความดันโลหิตที่เป็นเกณฑ์นั้น ช่วง 90/50 ในบางครั้งสำหรับผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อวัดค่าความดันโลหิตอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์นี้ก็เป็นได้ ถือเป็นภาวะปกติซึ่งไม่จำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ

การบำบัดภาวะความดันโลหิตต่ำด้วยอาหารและการออกกำลังกายจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นแต่ไม่สามารถทำให้หายขาดได้

1. การดื่มน้ำคั้นบีทรูทสด วันละ1-2 แก้ว สามารถช่วยปรับความดันได้เป็นอย่างดี

2. รับประทานอาหารที่มีโปรตีน( กรดอะมิโน)เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผนังเส้นเลือดและระบบประสาทอัตโนมัติ วิตามินและเกลือแร่ วิตามินบี และวิตามินซีช่วยในการดูดซึมแคลเซี่ยม และกระบวนการเมตาโบลิซึมของร่างกายวิตามินอีในเมล็ดทานตะวันช่วยลดการแตกตัว ของเม็ดเลือดแดงธาตุเหล็กช่วยให้เกิดสมดุลของความดันโลหิตควรได้รับสารอาหาร เหล่านี้อย่างเพียงพอ เพราะอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนต่อมหมวกไต ช่วยในการปรับระดับความดันโลหิตให้สูงขึ้น

3. การอาบน้ำหรือการแช่ตัวในน้ำเกลือ Epsom (เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต) โดยละลายเกลือกับน้ำในอัตราส่วน 1: 1 เกลือชนิดนี้มีขายทั่วไปตามร้านขายยา และนิยมใช้แช่ตัวในขบวนการล้างพิษอีกด้วยเนื่องจากเกลือชนิดนี้สามารถช่วย บรรเทาอาการคัน อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และช่วยชะล้างสารพิษ สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ การแช่ตัวในน้ำเกลือ Epsom ประมาณ 10 – 20 นาทีก่อนนอน จะช่วยปรับความดันให้สูงขึ้น

4. นำลูกเกด 32 เม็ดมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นเมื่อตื่นเช้ามา ให้เคี้ยวลูกเกดทีละเม็ดร่วมกับการดื่มน้ำ

5. บดใบกระเพรา 10 –15 ใบมาบดและผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา รับประทานเมื่อตื่นนอนตอนเช้า กรดโฟลิคจากน้ำผึ้งช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง

6. โยคะ ท่าโยคะบางท่าสามารถช่วยปรับสมดุลความดันได้ดี ในกรณีที่มีปัญหาความดันโลหิตต่ำ

1. ท่าshoulder stand
2. ท่า plough

7.ฝึกการหายใจ มีผลต่อสมดุลของความดันโลหิต วิธีนี้สามารถฝึกได้ทั้งผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและความดันต่ำ อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.goodhealth.co.th/new_page_115.htm

ที่มา:

___________________________________________


cool link

iicon

 

พฤษภาคม 2009
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.