26:) อยากอยู่ต่างจังหวัด ลองอ่านนี้ดูก่อนนะ

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mars เดือนกุมภาพันธ์ 2549
รวมเล่มในพ็อคเก็ตบุ๊ค รวมสารคดีชีวิตข้น ๆ ของคนหนุ่มสาวจากนิตยสาร openนกของพระเจ้า” ของ นราวุธ ไชยชมภู

วันเพ็ญปาย

อาจเพราะความไม่สะดวกในการเดินทาง เงื่อนไขของเวลา งบประมาณในการทำงาน และอีกหลายข้อจำกัดและข้ออ้าง ที่ส่งผลให้ข่าวสารซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ในบ้านเรา รวมถึงหนังสือเล่มนี้ด้วย นำเสนอแต่เรื่องราวของผู้คนในกรุงเทพฯ

ประเทศไทยไม่มีแค่กรุงเทพฯ และโลกใบนี้ก็ไม่มีแค่ประเทศไทย

ผมเชื่อว่าแท้จริงแล้วมีผู้คนและเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่แทบทุกพื้นที่ เพียงแต่เราจะมองเห็นความสำคัญและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอยู่หรือไม่ ท้องฟ้าจะกว้างใหญ่แค่ไหน ขึ้นอยู่กับสายตาของเราที่ทอดออกไป

ค่ำหนึ่ง ผมเตร็ดเตร่อยู่ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ ขณะกำลังเดินเล่นเรื่อยเปื่อยออกมาจากตลาดปาย พร้อมกับกินมันเผาอุ่น ๆ ผมได้พบกับ

ร้านมิตรไทย

ร้านขายของที่ระลึก ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ร่ำรวยล้นฟ้า ไม่มีคนมากมายนับหน้าถือตา แต่เจ้าของร้านนี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ด้วยการทำในสิ่งที่รัก ซึ่งน้อยคนนัก ที่สามารถก่อร่างสร้างมันขึ้นมาจนลงตัว และมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่รู้กระทั่งว่าสิ่งที่ตัวเองรักคืออะไร
ทั้งๆ ที่สิ่งนี้เองที่เป็นกุญแจดอกสำคัญ ที่จะไขสู่ชีวิตที่มีความสุข

ไร้จุดหมาย

บางสายตาเหม่อมองทัศนียภาพรอบตัว โดยปราศจากปลายทาง ถนนเบื้องหน้าหลั่นลดคดเคี้ยวยาวไกล คล้ายไม่มีที่สิ้นสุด ใบไม้หลากสีขยับไหวตามแรงเขยื้อนที่มองไม่เห็น ควายตัวใหญ่เคี้ยวหญ้า อย่างสบายอารมณ์ กลางทุ่งนา เสียงของผู้โดยสารจากตะวันตกจ้อกแจ้กจอแจเป็นระยะ ๆ หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น ผลัดกันพัดโบกความเย็นให้แก่กันและกัน ขับไล่อุณหภูมิระอุอ้าวกลางความแออัดยัดเยียด ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชาวเขาบึ้งตึง เธอคงอยากถึงจะหมายเร็ว ๆ

ประกายเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ลดความสว่างลงทุกขณะ
แล้วล้อกลม ๆของรถบัสสีส้ม ก็หมุนวนข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่ามาหยุดนิ่งที่

“เมืองในฝัน”

จากยุคหิน โลกหมุนมาถึงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด การพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา การศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ก้าวไปข้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยหวังว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ จะโคจรไปในจักรวาลด้วยความสงบสุข

จากยุคหิน โลกหมุนมาถึงยุคสมัยที่มนุษย์น่าจะมีความสุขมากขึ้น แต่ความสุขซุกซ่อนอยู่ที่ไหน? ยังเป็นคำถามที่ผู้คนพยายามตอบครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงจากภายในตัวเรายังกู่ตะโกนโหวกเหวก ด้วยความว้าวุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนหายใจเข้า-ออกอย่างเคว้งคว้าง พอเอื้อมมือออกไปหาที่ยึดเหนี่ยว ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า

บางทีเราอาจก้าวไปข้างหน้าเร็วเกินไป หนุ่มสาวบางคน จึงหันหลังให้ดวงไฟเจิดจ้า ของความทันสมัยในเมืองใหญ่ ไปใช้ชีวิตที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
หลายคนบอกว่าที่นี่เป็น “เมืองในฝัน” อะไรคือสิ่งที่ “เมืองในฝัน” กำลังเผชิญในโลกจริง
มนุษย์หนุ่มสาวที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตแบบไหน และค้นพบสิ่งใด

กรุงเทพฯ ไม่ใช่ศูนย์กลางของประเทศไทย

สายน้ำปายกระเพื่อมไหวสะท้อนประกายแดดระยิบระยับ มันไหลเอื่อยลัดเลาะไปในท่ามกลางหุบเขา
อาจเพราะผมเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยด้วยความไม่คุ้นเคย เพราะคุ้นเคยกับการจ้ำเท้าอย่างร้อนรน ในการเดินทางอันเร่งรีบ (แต่ใช้เวลาบนถนนนานเสียเหลือเกิน) ของกรุงเทพฯ นอกจากการเดินช้าลง จะทำให้เหนื่อยน้องลงแล้ว เรายังสามารถเห็นสิ่งที่อยู่ระหว่างทางได้ละเอียดขึ้น จู่ ๆ สายตาของผมก็สะดุดเข้ากับคำว่า Blossom

MITTHAI ART SHOP Born in Pai, 1997 Blossom Hour: 3-10 PM T: 069102718มิตรไทยปาย02
ผมกวาดตาไปรอบ ๆ ร้าน แล้วเดินเข้าไปข้างใน โปสการ์ด ภาพถ่าย และของที่ระลึกหลากหลายจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามมุมต่าง ๆ
ด้านในสุด, หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

จากเด็กเบตงที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดารา จากเด็กนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ปารถนาที่จะมีการงานมั่นคง จากนักศึกษามหาวิทยาลับธรรมศาสตร์ที่วาดหวังจะเป็นผู้กำกับหนัง จากพนักงานโฆษณาที่มีเงินจัดการกว่าร้อยล้าน ณ วันนี้ ก๋ำ วันเพ็ญ สังขมี เป็นเจ้าของร้านมิตรไทย

“ทุกวันนี้ผู้คนเบื่อเมืองใหญ่กันมากขึ้น แทบทุกจุดของประเทศล้วนมีคนหนุ่มสาวย้ายไปอยู่ กรุงเทพฯ ไม่ใช่ศูนย์กลางของประเทศไทย จะใช้ชีวิตที่ไหนก็ได้ เทคโนโลยีก้าวหน้า ใช้อินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ รู้เรื่องโลกทั้งใบได้โดยไม่ต้องเดินทาง โลกก้าวเข้าสู่โลกที่สามแล้ว นั่งทำงานกลางทุ่งนาได้เลย ประสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน”

ท่วงทำนองเนิบช้าล่องลอยออกจากมุมใดมุมหนึ่งของร้าน บางขณะเพลงแผ่วเบาถูกกลบกลืนด้วยเสียงของรถราที่วิ่งผ่านไปมา
“เพราะอะไรผู้คนถึงเบื่อเมืองใหญ่มากขึ้น”
“อ้าว เพราะคนมากขึ้น เครียดมากขึ้น ที่สำคัญ เรามักได้รับการพร่ำสอนแบบผิด ๆ ว่า พอเอ็งโตขึ้น ต้องหาเงิน หางานมั่นคง ได้เงินเดือนสูง ๆ แต่งงาน มีบ้าน มีลูก มีรถ มีที่ดิน มีคนนับหน้าถือตา และก็ตาย

ลืมว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ไม่รู้จักตัวเอง ไม่มีความคิดของตัวเอง จริง ๆ แล้ว เรามีความสุขได้ง่าย ๆ แต่กลับถูกสอนให้คิดว่า ความสุขหายากเหลือเกิน ต้องมีเงินก่อน ต้องลำบากแบบนั้นแบบนี้ก่อน ถึงจะมีความสุข แม่งไม่มีใครเคยบอกว่า ทำงานและมีความสุขพร้อมกันได้ ทำงานไป พักผ่อนไปด้วยยังได้ ไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว ทำงานเพื่อความสุขของตัวเองก็ได้”

“คุณภาพชีวิตไม่ได้วัดกันที่คุณมีเงินเดือนเท่าไหร่ แต่อยู่ที่คุณมีความสุขไหม ถ้ามีความสุข มีเงินเท่าไหร่ก็พอ สิ่งที่ฉันเข้าใจมากที่สุดเมื่อได้มาอยู่ที่นี่คือ ความพอ ถ้ารู้จักพอปุ๊บ สบาย โล่ง ไม่ต้องแบกอะไรแล้ว”
ผมมองดูโปสต์การ์ดมากมายภายในร้าน แล้วนึกถึงโปสต์การ์ดใบหนึ่งของสำนักหนังสือใต้ฝุ่น มันประกอบด้วยข้อความ พอ = ดี

“นักขี้เกียจ”

สาวญี่ปุ่นเดินทางออกจากร้านสวนทางกับชายฝรั่งผมยาวที่เพิ่งก้าวเข้ามา ผู้คนทยอยเข้า-ออกร้านเรื่อย ๆ บางเวลาโล่ง บางเวลาจอแจ นอกจากผับบลูส์อย่าง Be Bob เกสต์เฮ้าส์ริมน้ำอย่างสิบสองพันนา และร้านกาแฟน่านั่งนาน ๆ อย่าง ALL ABOUT COFFEE แล้ว

มิตรไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวปายไม่อยากพลาด
บางสิ่งในร้านนี้ทำให้ผมนึกถึงคำของมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ ในหนังสือ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว”

…มนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่ต้องทำงาน และผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าหัวเราะมากที่สุดในโลก สัตว์โลกอื่นหาเลี้ยงชีพด้วยการมีชีวิตอยู่ แต่มนุษย์ทำงานเหมือนคนบ้า โดยเขาคิดว่าต้องทำเช่นนั้น เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่…

อาจเพราะวันเพ็ญ เลือกทำในสิ่งที่รัก การงานกับชีวิตของเธอจึงหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน
“ถ้าอยากเป็นนักขี้เกียจ อยากสบาย มีเวลานอนเล่นเยอะ ๆ ก็ต้องคิดเยอะ ๆ ฉันชอบวาดรูป ชอบถ่ายรูป” เธอมองรอบ ๆ ร้าน “แต่งานศิลปะขายยาก คนที่มีเงินเหลือเฟือจริง ๆ ถึงจะซื้อได้ เลยแตกออกมาเป็นโปสการ์ด เข็มกลัด เสื้อยืด สมุดบันทึก ทีนี้ใครก็ซื้อได้เพราะราคาไม่แพง แล้วคนที่ซื้อไปก็ได้ซึมซับศิลปะในของเหล่านี้ด้วย นี่เป็น big idea ใครอ่านอยู่เอาไอเดียไปทำได้เลย”

ก่อนหน้านี้มิตรไทยเคยเป็นร้านอาหาร จู่ ๆ เจ้าของร้านเปลี่ยนมาขายของที่ระลึก ไม่ใช่ขายของกินแล้วขาดทุน ขายดีมาก แต่เลิกขายดื้อ ๆ ฉันชอบร้านนี้ ตรงที่สามารถบริหารเวลาได้พอดีกับชีวิต ตื่นนอนแล้วได้อยู่บ้านจนถึงเที่ยง ไม่ต้องรีบเปิดร้าน จะทำอะไรก็ได้ อ่านหนังสือ กินกาแฟ เพ้นต์ เดินเล่น ถ่ายรูป พออยู่บ้านจนพอใจก็มาใช้คอมพ์ที่ร้าน เล่นอินเตอร์เน็ต หาความรู้ แต่งรูป ขายของ พอสี่ทุ่มกลับบ้านก็ง่วงพอดี

“จะเปิดร้านตั้งแต่เช้าก็ได้ แต่เกิดมาแล้วไม่ใช่ว่าจะหาเงินตลอดเวลา ปลูกบ้านไว้แล้วก็ต้องอยู่บ้านบ้าง แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว ไม่อยากจ้างคนเพิ่ม ทำเท่าที่ทำได้ รายได้ถือว่าโอเค ถ้าขายอาหารมีคนกินแน่ ๆ พอขายของแบบนี้ก็ต้องได้บ้างไม่ได้บ้าง โลว์ซีซันได้วันละประมาณห้าร้อย ขายไม่ได้เลยก็มี ไฮซีซัน ก็เป็นพัน แต่ฉันเป็นคนอยู่ง่าย มีน้อยใช้น้อย มีเยอะก็เที่ยวบ้าง เป้าหมายหลักในชีวิตไม่ใช่การหาเงินอยู่แล้ว”

“ครอบครัวปาย”

ไม่เพียงต้อนรับนักเดินทางจากหลายมุมโลก แต่เมืองนี้มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรมอาศัยอยู่ ทั้งกระเหรี่ยง จีนยูนนาน มูเซอ ไทใหญ่ มอญ ลัวะ มุสลิม ชาวไทยเหนือ และชาวไทยภาคอื่น ๆ ที่ย้ายมาอยู่ปาย

“ที่นี่เมืองมันเล็ก ส่วนใหญ่รู้จักกันหมด ค่อย ๆ รู้จักกัน ค่อย ๆ เจอกัน แล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อน ขนาดไม่รู้จัก เคยเห็นหน้าเห็นตากันที่ตลาดบ่อย ๆ พอไปเจอกันที่อื่น คุยกันเหมือนญาติ เป็นอย่างไรบ้าง คิดถึงว่ะ รักเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่ง “ครอบครัวปาย”
วันเพ็ญบอกว่า “ครอบครัวปาย” มีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี

“อาจเห็นว่ามีคนมาอยู่ แล้วอยู่ได้ อยู่สบาย เลยย้ายมาอยู่ด้วย ฉันอยากให้คนหนีออกจากกรุงเทพฯ มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ดีกว่าแก่งแย่งแข่งขันกับคนเยอะ ๆ ในเมืองหลวง ต่างจังหวัดที่ไหนก็ได้น่าอยู่กว่ากรุงเทพฯ ตอนนี้ฉันค้นพบชีวิตที่มีความสุขแล้ว”
ความสุขที่เธอค้นพบต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง

เสื้อ

“ปัญหาอยู่ที่เสื้อตัวนี้” วันเพ็ญเหล่มองเสื้อสีขาวที่ตัวเองสวม
“ใส่สิบปี ยังไม่ขาดสักที” หญิงสาวหัวเราะสะใจ “ก็เลยต้องใส่ไปเรื่อย ๆ”

“คุณอยากได้อะไรล่ะ”

“คุณอยากได้อะไรล่ะ” วันเพ็ญถามกลับ
“อินเตอร์เน็ตก็มี ติดตามข่าวสารได้หมด อยากดูหนัง วีซีดีก็มีทุกเรื่อง บางอยางอาจไม่สะดวกสบายเท่าในเมือง อย่างการรักษาพยาบาลคงสู้กรุงเทพฯ ไม่ได้ แต่ก็พยายามดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วการอยู่ที่นี่เป็นการดูแลสุขภาพไปในตัว เพราะอากาศดี ไม่มีมลพิษ ถ้าวันหนึ่งป่วยก็ยอมรับ ไม่คิดยื้อด้วยเงินเยอะ ๆ ถ้าเป็นมะเร็งจะรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ยอมรับว่ามันมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นมะเร็งแล้วอยู่ต่างจังหวัดไม่ได้ ต้องไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ”

“เงินซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อได้แม้ความตาย” บางคนยืนยันหนักแน่น พร้อมอธิบายว่า มันสามารถยื้อลมหายใจออกไปได้อีกหลายวันคืน นี่หรือที่บอกว่าเงินซื้อได้แม้แต่ความตาย ให้เหตุผลว่าเกรงกลัวความตาย แล้วเปล่าเปลืองเวลาทั้งชีวิตไปกับการดิ้นรนกระเสือกกระสนสะสมเงินทอง
หากเจ้าของคำพูดนี้ เข้าใจว่าชีวิตใกล้ชิดความตายถึงขนาดนั้น ก็น่าจะรู้ว่าควรใช้ลมหายใจที่เหลือกับอะไร

ปาย

“ปายเปลี่ยนไป”

‘ถนนข้าวสารแห่งที่สอง’ หลายคนตั้งฉายานี้ให้ปายด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน
สัญญาณไฟจราจรกะพริบ เขียว-เหลือง-แดง ร้านรวงมากมายเรียงรายสองข้างทาง ป้ายโฆษณาเกสต์เฮ้าส์แปะทั่วทุกมุมเมือง ประตูสะดวกซื้อเปิดต้อนรับลูกค้า 24 ชั่วโมง
“เราควรมองปายในแง่จริง มีอะไรในโลกที่ไม่เปลี่ยนบ้าง ปายต้องเปลี่ยน” วันเพ็ญพูดเสียงขุ่น

“เปลี่ยนเพราะเรามาที่นี่ ถ้าจะด่าก็ต้องด่าทุกคนที่มาปาย ต้องมองด้วยความเข้าใจว่า ทำไมปายถึงเปลี่ยน แล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีไหม ถึงปายจะเปลี่ยนอย่างไร มันก็ยังมีมุมสงบ ตรงไหนที่แย่ ๆ ก็อย่าไปตรงนั้น ถ้าไม่ใช่ของจริง ก็จะไม่มีใครสนับสนุน อยู่ไม่รอด แล้วจะหายไปเอง คนที่เอาแต่ด่าปาย ลองคิดซิว่าจะทำอย่างไรให้ปายไม่เปลี่ยนแปลง”

“คนมักด่าปายแย่อย่างไร”

“เจริญขึ้น มีสนามบิน มีเซเว่นฯ ซึ่งคนด่าเองก็เข้า แล้วคุณเดินมาปายได้ไหม ถ้าเดินมาเหมือน 30 ปีที่แล้ว ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ไม่ใช่แค่ปาย ขนาดตัวเรายังเปลี่ยน ฉันก็เปลี่ยน แรก ๆ มัจักรยานคันเดียว อยู่บ้านเช่า นุ่งผ้าถุง ดูดยาเส้น ตอนนี้ขายจักรยานแล้ว มีบ้าน มีรถยนต์ สูบบุหรี่ LM นุ่งยีนส์ คนก็บอกว่า เสียใจพี่ก๋ำเปลี่ยนไป ทำไมไม่นุ่งผ้าถุง ไม่ไว้ผมกระเซิง ๆ ก็มันเป็นความจริง คุณมาลองอยู่ไหม

ใครก็ต้องการความสะดวกสบายทั้งนั้น ฉันเบื่อคนที่เอาแต่ด่า ถ้าไม่อยากให้เปลี่ยน คุณหยุดความเปลี่ยนแปลงของตัวเองให้ได้ก่อน”

“อันนี้ราคาเท่าไหร่คะ” ลูกค้าตะโกนออกมาจากในร้าน วันเพ็ญรีบขอตัวไปขายของ
บางมุม, ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ต่างจากสินค้าชิ้นหนึ่งที่ลูกค้าคนนั้นกำลังต่อรองราคา
ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกได้และเสียอะไร
บางอย่าง, เราก็ไม่ยิ่งใหญ่พอจะมีโอกาสเลือก ทำได้เพียงเผชิญหน้าด้วยความเข้าใจ

“ฉันขี้เกียจเคลื่อนที่เหมือนกัน ถ้าความเจริญมา ฉันก็ไม่ต้องไปเชียงใหม่ วันหนึ่งปายอาจจะมีโรงหนัง ฉันจะได้ดูหนังดี ๆ ในโรงบ้าง อย่าง ‘ฝัน บ้า คาราโอเกะ’ เฮ้ย” หญิงสาวหัวเราะ “ยกตัวอย่างเก่าเกินไป อย่าง ‘เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล’ ฉันไม่ต้องการความเจริญมาก มีก็ได้ไม่มีก็ไม่เป็นไร”

ถึงจะไม่ต่อต้านความเปลี่ยนแปลง แต่หญิงสาวก็ไม่มองข้ามสิ่งที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงนั้น
“คนที่มุ่งแต่ทำมาหากินมาอยู่ปายมากขึ้น ทำให้ที่นี่ซีเรียสเรื่องเงินมากขึ้น อะไร ๆ ก็จะค้าขาย ถ้าคุณเอาชีวิตทั้งชีวิตไปหากินก็เรื่องของคุณ แต่คุณจะไม่มีความสุข จริง ๆ แล้วปายเป็นเมืองที่มีความสุขมาก ถ้าไม่เร่งกอบโกยสะสม ทำพอกิน ก็ไม่ต้องกุมขมับ แล้วถามตัวเองว่าทำไมเครียด”

“บางคนบอกว่าที่นี่เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาพี้กัญชากัน”
“ฉัยอยู่ปายมา 9 ปีแล้ว แต่ไม่เคยอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น” เธอแย้งทันที “ฉันไม่สูบกัญชาและไม่รู้ด้วยว่าซื้อที่ไหน ถึงที่นี่จะมีกัญชา แต่มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรา ถ้าเราไม่เป็นคนแบบนั้นก็จะไม่ตกอยู่ในวังวนนั้น”

“แล้วขโมยล่ะ”
“ไม่ค่อยมี น้อยมากที่ได้ยินข่าวว่าขโมยเข้าเกสต์เฮ้าส์ ฉันทิ้งกุญแจไว้ในรถตั้งหลายครั้ง รถก็ไม่เคยหาย ประตูหลังร้านยังไม่ค่อยล็อคเลย ถ้าอยู่ที่อื่นคงทำแบบนี้ไม่ได้ แต่ต่อไปไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร”
เหนืออื่นใด, วันเพ็ญมองว่าลมหายใจของปายขึ้นอยู่กับคนที่อาศัยอยู่ที่นี่

“ถ้าคนเลวมาอยู่ มาโกง มาทำลายสิ่งแวดล้อม ก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร เพราะฉันไม่ใช่เจ้าของปาย ไม่มีอำนาจอะไร ก็กลัวสิ่งแวดล้อมจะเสียหาย ทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ พูดซะดี” เธอแซวตัวเอง
“ถึงที่สุดแล้วก็ควบคุมอะไรไม่ได้ คนที่อยากได้มาก พอมาอยู่ที่นี่ ปายอาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวังก็ได้ เพราะมันมีโลว์ซีซันด้วย แล้วที่นี่ไม่มีสถานบันเทิงเยอะ คนที่อยู่ไม่ได้ก็จะเบื่อ ไป ๆ กลับๆ ในที่สุดก็จะจากไป ฉันเชื่อว่าปายจะคัดเลือกคนด้วยตัวเอง”

วันเพ็ญดื่มน้ำ พลางมองเข้าไปในร้านเล็ก ๆ ของตัวเอง
“พรุ่งนี้เช้าว่างไหม แวะไปเที่ยวบ้านฉันสิ” เธอชวนด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวอธิบายเส้นทางไป ‘บ้านกลางทุ่ง’ ให้ฟังอย่างกระตือรือร้น ดูเหมือนแผนที่ชีวิตของวันเพ็ญเริ่มต้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา แผนที่ชีวิตของวันเพ็ญเริ่มต้นที่นั่น

เด็กหญิงคิ้วขมวด

เด็กหญิงตัวน้อยกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างใจจดใจจ่อ
“อาก๋ำกินข้าว” เสียงตะโกนของปู่แว่วมา
เธอละสายตาจากหน้าจอขาวดำช้า ๆ ด้วยความเสียดาย ก่อนจะรีบวิ่งหน้าตาตื่นกลับบ้านเพราะกลัวโดนตี
ด้วยความที่พ่อแม่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่กรุงเทพฯ เด็กหญิงวันเพ็ญจึงต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่า

เธอเป็นนักเรียนคนเก่งของโรงเรียน นอกจากจะเป็นหัวหน้าห้อง วันเพ็ญยังเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขับร้องเสภา ร้องเพลง และวาดรูปด้วย

ฉันชอบค้นหาตัวเอง ทุก 3 ปีจะทบทวนว่าฉันจะเป็นอะไร

เพราะอยากเจอสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขฉิบหายโดยไม่ต้องดิ้นรน ตั้งเป้ากับตัวเองว่าจะเรียนให้เก่ง เป็นเด็กเรียบร้อย ช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่ฉันกลายเป็นเด็กที่ไม่มีความสุข ร้องให้ เดินไปหาแม่ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวรของตัวเองช่วยขายของ แม่ถามว่าออกมาทำไม ก็ตอบว่าเหงา”

พอจบ ป.4 วันเพ็ญก็ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพฯ โดยเรียนต่อที่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เธอเป็นคนเดียวในรุ่นที่สอบติดเตรียมอุดมศึกษา จากนั้นหญิงสาวจึงเข้าเรียนที่คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“สงสารพ่อแม่ ฐานะทางบ้านไม่ร่ำรวย แต่ต้องเลี้ยงลูกหลายคน เลยขยันเรียนมาก ขนาดไปช่วยแม่ขายของ ยังเอาหนังสือเรียนไปอ่าน วันหนึ่งมีคนเดินข้ามถนนมาบอกว่า น้องเป็นอะไร ทำไมขมวดคิ้วตลอดเวลา งงมาก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองเครียด มันเป็นไปเอง มัวแต่คิดว่าต้องตั้งใจเรียน คิ้วเลยขมวด”

จาก ‘เด็กเรียน’ ในชั้นประถมและมัธยม วันเพ็ญแปลงร่างเป็น ‘เด็กกิจกรรม’ ในระดับอุดมศึกษา วิชาไหนโดดได้-โดด เธอโดดเรียนไปทุ่มเวลาให้กับชมรมละครเวที ทั้งแสดง ทั้งเขียนบท และเป็นผู้กำกับ หญิงสาวเชื่อว่าการเรียนในห้องสำคัญ แต่ประสบการณ์จริงจากการทำกิจกรรมสำคัญกว่า เอ่อ สนุกกว่าด้วย
สี่ปีในมหาวิทยาลัยผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับอยู่ในโลกฝัน

จากนั้นวันเพ็ญต้องเผชิญหน้ากับโลกจริงด้วยการทำงานเหมือน ‘ควาย’ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง

กฏบ้า

ในความรู้สึกของวันเพ็ญ บริษัทโฆษณาบางแห่งมีกฎบ้าบอดังนี้
1. ลูกค้าคือพระเจ้า อยากได้อะไรต้องได้ (แต่พนักงานบริษัทโฆษณาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ พระเจ้า จึงไม่สามารถเสกทุกอย่างให้เป็นไปตามต้องการได้)
2. จงทำตามสูตรสำเร็จเท่านั้น (ความคิดสร้างสรรค์ต้องถูกเก็บใส่ลิ้นชัก หากมีไดเดียแปลกใหม่ แต่ยังไม่มีสูตรใดรับรองว่าจะสำเร็จ อย่าหวังเลยว่าจะได้รับความสนใจ)
หญิงสาวบอกว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้บัญญัติขึ้นจากสมองที่บรรจุแต่เรื่อง เงิน เงิน และเงิน

ควาย

เรียนจบโฆษณา ก็ต้องทำงานโฆษณา คิดได้แบบนี้แล้ว วันเพ็ญจึงก้าวเข้าไปทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง แรก ๆ เธอเข้าไปเป็นเออี แต่ทำไปทำมาความที่บริษัทเล็ก หญิงสาวจึงต้องควบสามตำแหน่ง เพิ่มงานก็กอบปี้ไรเตอร์ และมีเดียแพลนเนอร์เข้าไปด้วย

“ถ้าเป็นร้านเราเอง จะเปิดปิดเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่เครียด แต่โฆษณาต้องเป๊ะถึงจะได้เงินล้าน ถามตัวเองว่าทำไมต้องดิ้นรนจังวะ เหนื่อยทำงานหนักเหมือนควายเลย เพราะเอาจริงเอาจังแต่โง่ นอนไม่หลับ พรุ่งนี้กูจะได้ไทยรัฐไหมวะ หน้าหลังไทยรัฐมีหน้าเดียว แต่สินค้าที่อยากลงมีเป็นสิบ เครียดมาก บริษัทกล้าหาญมากที่ให้เด็กอายุ 25 อย่างฉันบริหารเงินเป็นร้อยล้าน”

ผมนึกถึงใบหน้าสบาย ๆ ของควายตัวนั้นที่กำลังเคี้ยวหญ้าอย่างเพลิดเพลินกลางทุ่งนา

ผู้ที่อยากไปยืนในกองถ่ายเฉย ๆ

ถึงจะจบสาขาโฆษณา ก็สามารถเลือกงานที่ตัวเองชอบมากว่าได้ คิดได้แบบนี้ วันเพ็ญจึงไปเป็นผู้ช่วยกำกับฯ ในภาพยนตร์เรื่อง ‘สมองกลอัจฉริยะ’ เพราะอยากเป็นผู้กำกับหนัง หลังตรากตรำทำงานในบริษัทโฆษณา 2 ปี
“งานผู้ช่วยผู้กำกับไม่สนุก ไม่ค่อยได้คิด ส่วนใหญ่ประสานงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แทบไม่ได้หลับได้นอน

ฉันเข้าไปอยู่กองถ่ายแบบไม่มีจุดหมาย อยากรู้อะไรก็กระโจนเข้าไป เหมือนเด็กหลายคนที่บอกว่าอยากทำหนัง แต่จริง ๆ แล้วอยากอยู่ในกองถ่าย ถ้าอยากทำหนังแต่ไม่มีหนังของตัวเองในหัว จริง ๆ แล้วมึงอยากไปยืนในกองถ่ายเฉย ๆ เขาทำหนังอะไรกันวะ ทำยังไง ทิ้งตัวลงไปตรงนั้นเฉย ๆ เหมือนพยายามค้นหาตัวเองว่ามันใช่ไหมวะ”
“ไม่ใช่ว่ะ” วันเพ็ญตอบตัวเอง
พอหนังปิดกล้อง เธอก็เดินเตะฝุ่นหางานใหม่อีกครั้ง

ควายสมองบวม

ถึงจะเรียนจบสาขาโฆษณา ก็เลือกทำงานอื่นที่ตัวเองชอบมากกว่าได้ แต่ตอนนี้ไม่มีเงินเลย ทำอย่างไรดี ไหน ๆ ก็มีประสบการณ์โฆษณาแล้ว ทำด้านนี้ต่อแล้วกัน คิดได้แบบนี้แล้ว วันเพ็ญจึงเข้าไปทำงานในบริษัทโฆษณาอีกแห่ง

“แรก ๆ สนุกมาก บริษัทนี้น่ารัก มีความคิดสร้างสรรค์ ได้แบดอวอร์ดหลายรางวัล เข้าไปแล้วชอบ เพื่อนฝูงน่ารักทุกคน แต่งานเครียดเหมือนเดิม บริษัทอื่นมีเดียแพลนเนอร์กับมีเดียบายเออร์แยกกัน แต่ฉันควบสองตำแหน่ง ปกติเลิกงานห้าโมงเย็น ฉันได้กลับบ้านประมาณสามทุ่ม ต้องพิมพ์ proposal เอง ทำมีเดียเองพรีเซ้นต์เอง ไม่มีค่าล่วงเวลาด้วย ทำงานดึกก็เรื่องของคุณ บางทีทำ proposal ถึงเช้า อาบน้ำต่อ แล้วไปพรีเซต์เลย เครียด เหนื่อยจนสมองบวม

วันหนึ่ง, เพื่อนร่วมงานเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาให้วันเพ็ญ หนังสือเล่มนี้จุดประกายให้เธออยากอยู่ต่างจังหวัด

วันเพ็ญ สังขมี เดินตามความฝันไปทันที่ “ปาย” ตอนที่2

————————————————————————————————————————————

Technorati Tags: , , , , , , ,

9 Responses to “26:) อยากอยู่ต่างจังหวัด ลองอ่านนี้ดูก่อนนะ”


  1. 1 หมัด พี่ระ มิถุนายน 11, 2008 ที่ 6:15 pm

    อยากไปอยู่ ตจว. ผมทำงาน adv.เหมือนกัน คับ เบื่อมาก ………อยากวาด รูป อยากเขียนหนังสือ ” My Life as a Buffalo “

  2. 2 gummyinpai มิถุนายน 14, 2008 ที่ 1:53 pm

    เราก็เคยอยู่ adv และ film และทำงานเหมือนควายมาตั้งแต่เรียนหมาลัยแว้ว ตอนนี้สบายดี

  3. 4 jimmy พฤศจิกายน 3, 2008 ที่ 8:45 pm

    อยากอยู่ปายบ้าง *v* ไปมาเมื่อตุลาคม’08 ..ยังสวยเหมือนเดิมนะ..ปาย😮 พูดจริงไม่ได้ยอ..อ่ะ
    เรา..พร้อมไปอยู่นะติดแต่..เจ้าหมูอ้วน( ลูกสาววัยกำลังรุ่น13อ่ะ ) เลยไม่มีใครอยากให้ไป
    แต่ใจมันร่ำร้อง..แง..แง ทำง่ายดีอ่ะ…เบื่อชีวิตเมืองพระนคร..จัง

  4. 5 ขายยานอนหลับ มิถุนายน 4, 2014 ที่ 9:01 am

    แหล่งซื้อ- ขายยานอนหลับ,
    โดมิคุมชนิดน้ำ, ยาปลุกเซ็กส์หญิง-ชาย, ยาเสียสาว แมลงวันสเปน, ทิงเจอร์ขาว,
    ยาสลบแบบพ่น-ดม, ยาป้าย, ป้ายสลบ, ป้ายมึนงง
    ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าอย่างฉลาด ปลอดภัย เมื่อใช้แล้วเห็นผลและตรงตามconceptที่ต้องการ

  5. 6 ราคาทอง กันยายน 28, 2014 ที่ 2:39 am

    Gold bracelet is one of the important parts of jewelry for alwaysy woman. Known as the gold bracelet,
    assuredly. Possessor, gold bangle, gold along 96.5%, along a tableard sheight ranging from 3 to 25 satang half
    bath best value is up and down, as the value of gold on the shop each day.

    Gold bangle am a sarong generous of jewelry, gold
    price, so wet depends on the format, because the charge is itn the section of kamnet.

  6. 7 ขายยานอนหลับ พฤษภาคม 13, 2015 ที่ 4:41 am

    I simply couldn’t go away your site before suggesting that I really enjoyed the usual info a person supply on your
    visitors? Is gonna be back regularly to inspect
    new posts

  7. 8 AYAYA มกราคม 18, 2016 ที่ 4:24 am

    ไม่จริงหรอกที่ว่าคุณยังเปลี่ยน แล้วทำไมปายยังเปลี่ยนไม่ได้ ที่ปายเปลี่ยนไปเพราะคนสังคมสะดวกสบายอย่างคุณนั่นแหละที่เข้าไปเปลี่ยนมัน ปายเขาอยู่เงียบๆตามสังคมเขาพอดังเป็นกระคนก็อยากเที่ยวพอเที่ยวแล้วไม่ประทับใจเพราะมันไม่สะดวกก็ผุดไอเดียสร้างความเจริญโดยไม่ปรึกษาคนท่องที่ สรุปที่เปลี่ยนไปเพราะคนพื้นที่คื่นที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แล้วอย่าอ้างว่านำความเจริญและงานมาให้ แล้วการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปละคุณคืนให้เขาได้ไหม ยัดหยันความต้องการของพวกคุณแต่ไม่สนใจคนพื้นเพ

  8. 9 ยาปลุกเซ็กส์ เมษายน 20, 2016 ที่ 10:26 am

    May I just say what a relief to uncover someone that genuinely knows what they are
    talking about over the internet. You certainly understand how to bring a problem
    to light and make it important. More people need to
    check this out and understand this side of your story.

    It’s surprising you’re not more popular given that you definitely possess
    the gift.


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




cool link

iicon
มิถุนายน 2007
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

%d bloggers like this: